ฟันผุ

ฟันผุเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้ามแต่กลับส่งผลกระทบต่อคนทั่วโลก และสามารถส่งผลกระทบร้ายแรงเมื่อไม่ได้รับการป้องกันและรักษาอย่างถูกวิธี
ฟันผุเป็นสาเหตุของปัญหาต่างๆในช่องปาก เช่น ปวดฟัน การสูญเสียฟันในที่สุด

ฟันผุเกิดจากอะไร

1
Step 1

เมื่อเราทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต (น้ำตาลและแป้ง) แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในคราบจุลินทรีย์จะย่อยคาร์โบไฮเดรตเหล่านี้ ทำให้เกิดกรด ที่สามารถทำให้เคลือบฟันเปราะบาง

Step 2
2

อาการเบื้องต้นของฟันผุจะสังเกตได้จากสีขาวขุ่นเล็กๆที่บริเวณผิวเคลือบฟัน ในระยะนี้หากตรวจพบและได้รับการรักษาตามหลักสุขอนามัย
รวมถึงการแปรงฟันอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยทำให้ผิวเคลือบฟันกลับมาเป็นปกติได้

3
Step 3

จากอาการแรกเริ่มข้างต้น หากปล่อยทิ้งไว้จนกระทั่งการผุลุกลามถึงเนื้อฟัน เราจะสามารถมองเห็นเป็นรูดำอย่างชัดเจน และจะเริ่มมีอาการเสียวฟันหรือปวดฟัน เมื่อรับประทานอาหารร้อน เย็น หรือหวานจัด ในระยะนี้ต้องพบทันตแพทย์เพื่อรีบทำการรักษาด้วยการอุดฟัน

Step 4
4

หากไม่ได้รับการดูแลรักษา อาการฟันผุก็จะเข้าสู่ขั้นรุนแรงและลุกลามเข้าทำลายลึกถึงโพรงประสาทฟัน

5
Step 5

และหากยังไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี คุณอาจมีความเสี่ยง
ที่จะเกิดการติดเชื้อ มีอาการบวมและอับเสบ บริเวณเหงือกและฟันอีกด้วย

1

เมื่อเราทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต (น้ำตาลและแป้ง) แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในคราบจุลินทรีย์จะย่อยคาร์โบไฮเดรตเหล่านี้ ทำให้เกิดกรด ที่สามารถทำให้เคลือบฟันเปราะบาง

อาการเบื้องต้นของฟันผุจะสังเกตได้จากสีขาวขุ่นเล็กๆที่บริเวณผิวเคลือบฟัน ในระยะนี้หากตรวจพบและได้รับการรักษาตามหลักสุขอนามัย
รวมถึงการแปรงฟันอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยทำให้ผิวเคลือบฟันกลับมาเป็นปกติได้

2
3

จากอาการแรกเริ่มข้างต้น หากปล่อยทิ้งไว้จนกระทั่งการผุลุกลามถึงเนื้อฟัน เราจะสามารถมองเห็นเป็นรูดำอย่างชัดเจน และจะเริ่มมีอาการเสียวฟันหรือปวดฟัน เมื่อรับประทานอาหารร้อน เย็น หรือหวานจัด ในระยะนี้ต้องพบทันตแพทย์เพื่อรีบทำการรักษาด้วยการอุดฟัน

หากไม่ได้รับการดูแลรักษา อาการฟันผุก็จะเข้าสู่ขั้นรุนแรงและลุกลามเข้าทำลายลึกถึงโพรงประสาทฟัน

4
5

และหากยังไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี คุณอาจมีความเสี่ยง
ที่จะเกิดการติดเชื้อ มีอาการบวมและอับเสบ บริเวณเหงือกและฟันอีกด้วย




คุณรู้หรือไม่ ว่าอาหารส่วน
มักมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ
แม้กระทั่งในผักและผลไม้

มาดูกันว่า อาหารที่เรารับประทานเข้าไป
ในแต่ละวันนั้น มีโอกาสที่จะทำให้เกิดฟันผุได้มากน้อยแค่ไหน

<br><br><br>คุณรู้หรือไม่ ว่าอาหารส่วน<br>มักมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ<br>แม้กระทั่งในผักและผลไม้
<br><br><br>คุณรู้หรือไม่ ว่าอาหารส่วน<br>มักมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ<br>แม้กระทั่งในผักและผลไม้

Piramide de Alimentos Açucarados









กราฟเรียงลำดับอาหารตามปริมาณน้ำตาล

  • น้ำอัดลม 1 กระป๋อง (325 มล.)
    มีน้ำตาล 8 ช้อนชา
  • ชาเขียว 1 กล่อง (250 มล.)
    มีน้ำตาล 7 ½ ช้อนชา
  • เผือก/ มันแกงบวช 1 ถ้วย
    มีน้ำตาล 6 ช้อนชา
  • กาแฟ 1 กระป๋อง
    มีน้ำตาล 4 ¼ ช้อนชา
  • สับปะรดกวน 1 ชิ้น (30 กรัม)
    มีน้ำตาล 4 ช้อนชา
  • นมเปรี้ยว 1 ขวดเล็ก
    มีน้ำตาล 3 ½ ช้อนชา
  • ข้าวต้มมัดไส้กล้วย 1 ชิ้น
    มีน้ำตาล 2 ½ ช้อนชา
  • ทองหยิบ 1 ดอก
    มีน้ำตาล 2 ช้อนชา
ที่มา:www.siamgoodlife.com

บทความเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก

การศึกษาข้อมูลที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณทราบวิธีดูแลเหงือกและฟันได้มากขึ้น
คุณสามารถอ่านบทความเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากได้ที่นี่

ฟันผุส่งผลต่อชีวิตประจำวันอย่างไร

ฟันผุส่งผลต่อชีวิตประจำวันอย่างไร

อ่านเพิ่มเติม

ฟันผุเป็นโรคเรื้อรังที่พบมากที่สุดทั่วโลก ประมาณ 5,000 ล้านคนหรือประมาณ 80% ของประชากรโลกกำลังเผชิญหน้ากับปัญหานี้ เพราะกิจวัตรประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เราบริโภคน้ำตาลมากขึ้น ส่งผลให้แบคทีเรียในช่องปากเจริญเติบโตและก่อให้เกิดสภาวะ
ความเป็นกรดในช่องปาก หากกรดเหล่านั้นสามารถทำเคลือบฟันผุกร่อนจนเป็นสาเหตุของการเกิดฟันผุในที่สุด
ดังนั้นฟันผุจึงกลายเป็นภัยเงียบที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพและชีวิตประจำวันหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

วิธีป้องกันฟันผุ

วิธีป้องกันฟันผุ

อ่านเพิ่มเติม

ฟันผุเป็นอีกหนึ่งโรคที่พบมากที่สุดทั่วโลก แต่หลายคน
ไม่ได้ใส่ใจและตระหนักถึงผลกระทบของโรคนี้
ฟันผุหมายถึงการเสื่อมสภาพของฟัน ซึ่งมีผลมาจาก
การดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคล เช่น การรับประทาน
อาหาร การดูแลความสะอาด ซึ่งวิธีการป้องกันฟันผุ
ที่ถูกต้อง ควรจะเริ่มจากการปรับปรุงพฤติกรรม
การบริโภคอาหารหวาน และลดปริมาณการบริโภค
แป้งและน้ำตาล รวมทั้งยังต้องรักษาช่องปาก
ให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ และเลือกใช้ยาสีฟันที่มี
ส่วนผสมของฟลูออไรด์เพื่อป้องกันโรคฟันผุนั่นเอง

ความสำคัญของทันตกรรมสำหรับเด็ก

ความสำคัญของทันตกรรมสำหรับเด็ก

อ่านเพิ่มเติม

การสอนให้ลูกดูแลสุขภาพหงือกและฟันอย่างถูกต้องตั้งแต่เด็กถือเป็นเริ่มต้นที่ดี เพราะจะทำให้เด็กๆ ดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธีไปตลอดชีวิต โดยคุณสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้พวกเขาเหล่านั้นได้

ดูแลฟันน้ำนมของลูกรัก

ดูแลฟันน้ำนมของลูกรัก

อ่านเพิ่มเติม

ฟันน้ำนมซี่แรกนั้นจะเริ่มขึ้นเมื่อเด็กมีอายุประมาณ 6
เดือน และขึ้นจนครบ 20 ซี่ เมื่ออายุประมาณ 2-2 ปีครึ่ง
โดยเด็กๆจะใช้ฟันน้ำนมนี้ไปจนกระทั่งฟันน้ำนมซี่
สุดท้ายหลุด และมีฟันแท้ขึ้นทดแทนจนหมดเมื่ออายุ
ประมาณ 11-12 ปี
อย่างไรก็ตาม แนะนำว่าควรพาเด็กๆ ไปพบทันตแพทย์
เมื่อเค้ามีอายุประมาณ 6 เดือน หรือหลังฟันซี่แรกขึ้นมา
สู่ช่องปากซึ่งวัตถุประสงค์ของการมาพบแพทย์ใน
ครั้งแรกของหนูๆ ก็คือเพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน
และสร้างความคุ้นเคยกับคลินิกทันตกรรมให้แก่เด็กๆ
รวมถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหมอฟัน
และคนไข้ตัวน้อยๆ นั่นเอง

โภชนาการและสุขภาพฟัน

โภชนาการและสุขภาพฟัน

อ่านเพิ่มเติม

โภชนาการที่ดี คือ การรับประทานอาหารที่เหมาะสม
และสมดุลกับร่างกายเพื่อให้ร่างกายของเราสามารถดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นเพื่อนำไปเสริมสร้างสุขภาพที่ดี
เพราะในทุกๆ วันร่างกายของเราจะซ่อมแซมตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ กระดูก ผิวหนัง หรือแม้กระทั่งเลือด ซึ่งสารอาหารที่เรารับประทานเข้าไปเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับโครงสร้างเหล่านี้ และในส่วนของสุขภาพช่องปาก คุณและทุกคนในครอบครัวจึงจำเป็นต้องรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส และฟลูออไรด์
เพื่อความแข็งแรงของเหงือกและฟัน แถมยังช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อการก่อตัวของฟันผุอีกด้วย

คู่มือดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับครอบครัว

คู่มือดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับครอบครัว

อ่านเพิ่มเติม

คอลเกตเป็นผู้นำในด้านการดูแลช่องปากระดับโลก
มีความมุ่งมั่นที่จะให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพใน
ช่องปากให้กับเด็กมา นานกว่า 75 ปี ผ่านโครงการต่างๆ
เช่น โครงการ ฟ.ฟันสวย ยิ้มใส ™ โครงการการศึกษา
สุขภาพช่องปากระดับโลก และพันธมิตรที่ร่วมมือกับภาค
รัฐรวมถึงโรงเรียนและชุมชน
เราได้ช่วยเด็กๆ นับล้าน ในแต่ละปี เพื่อให้เด็กสนุกกับ
การเรียนรู้ถึงประโยชน์ที่สำคัญของการศึกษาสุขภาพ
ช่องปาก
คุณเองก็สามารถป้องดูแลเหงือกและฟันได้ ด้วยการทำ
ตามข้อมูลในเว็บไซต์ของทางคอลเกต เพื่อสุขภาพช่อง
ปากที่ดีของคุณและทุกคนในครอบครัว

กลับ